1. Gary Gygax (แกรี ไกแกกซ์) บทบาท: ผู้วางรากฐานระบบและผู้ผลักดันด้านธุรกิจ แกรีเป็นชาวเมืองเลกเจนีวา (Lake Geneva) รัฐวิสคอนซิน เขาเป็นคนที่คลั่งไคล้เกมกระดานวางแผนการรบมาก ในปี 1971 เขาได้สร้างเกมที่ชื่อว่า Chainmail ซึ่งเป็นเกมจำลองการรบในยุคกลาง โดยเริ่มมีการเพิ่มกฎเกี่ยวกับ "พ่อมด" และ "มังกร" เข้าไป ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวแฟนตาซีในเกมแนวนี้ 2. Dave Arneson (เดฟ อาร์เนสัน) บทบาท: ผู้คิดค้นแนวคิด "สวมบทบาท" (Role-playing) เดฟเป็นนักเล่นเกมจากมินนิโซตา เขาได้นำกฎ Chainmail ของแกรีไปปรับใช้ แต่เปลี่ยนสเกลจากการคุม "กองทัพ" มาเป็นการคุม "ตัวละครตัวเดียว" ที่เดินทางลงไปในปราสาทร้างที่ชื่อว่า Blackmoor เขาคือคนที่นำเสนอไอเดียว่า ตัวละครควรจะมีค่าสถานะ (Stats) และสามารถเก่งขึ้นได้ (Level up) การรวมตัวที่เปลี่ยนโลก ในปี 1972 เดฟเดินทางไปหาแกรีที่เลกเจนีวาเพื่อโชว์การเล่นแบบ Blackmoor แกรีตื่นเต้นมาก ทั้งคู่จึงร่วมกันขัดเกลากฎเกณฑ์เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จนกระทั่งในปี 1974 พวกเขาได้จัดพิมพ์ D&D ชุดแรกออกมาในนามบริษัท TSR (Tactical Studies Rules) จุดที่ทำให้ D&D แตกต่างในสมัยนั้น: จากกองทัพสู่ฮีโร่: แทนที่จะสั่งทหารร้อยคน คุณสั่งแค่ตัวละครเดียว DM (Dungeon Master): การมีผู้คุมเกมที่ทำหน้าที่เป็นทั้งนักเล่าเรื่องและผู้ตัดสิน อิสระ: เป็นเกมแรกๆ ที่ผู้เล่นสามารถถามว่า "ฉันขอทำสิ่งนี้ได้ไหม?" แม้ในกฎจะไม่ได้เขียนไว้ ความขัดแย้งและมรดกที่ทิ้งไว้ แม้จะเป็นผู้ร่วมสร้าง แต่ทั้งคู่ก็มีแนวคิดที่ต่างกันจนเกิดคดีฟ้องร้องเรื่องค่าลิขสิทธิ์ในช่วงปลายยุค 70s จนเดฟต้องออกจากบริษัทไป อย่างไรก็ตาม ทั้งโลกยอมรับว่า: Gary Gygax คือ "บิดาแห่ง RPG" ในด้านโครงสร้าง กฎเกณฑ์ และโลกที่สมจริง Dave Arneson คือ "บิดาแห่ง RPG" ในด้านการมอบอิสระและการสวมบทบาทตัวละคร Fun Fact: แกรี ไกแกกซ์ เคยบอกว่าชื่อเกม "Dungeons & Dragons" นั้น เมียของเขาเป็นคนเลือกให้ เพราะมันฟังดูติดหูที่สุดจากรายชื่อที่เขาคิดไว้!